EaseUS Partition Master

เครื่องมือแบ่งพาร์ติชันง่ายดายในการจัดการพื้นที่ดิสก์ใน Windows 10

แก้ไขปัญหาอ่านไดรฟ์ออ่านย่างเดียว(5 วิธี)

การตั้งค่าระบบไฟล์เป็นอ่านอย่างเดียว นั้นจะอนุญาตให้ผู้ใช้อ่านหรือคัดลอกไฟล์ที่เซฟไว้เท่านั้น แต่จะไม่สามารถบันทึกข้อมูลใหม่หรือแก้ไขข้อมูลเดิมได้ ไฟล์, โฟลเดอร์, หรือดิสก์อาจจะมีการตั้งค่าเป็นอ่านอย่างเดียว เพื่อป้องการการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาไฟล์โดยอุบัติเหตุ ไฟล์ที่เป็นอ่านอย่างเดียว อาจจะเรียกได้อีกแบบว่าเป็นไฟล์ป้องกันการเขียน เช่นกัน

ในบทความนี้ เราจะแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาอ่านอย่างเดียว ในการเปลี่ยนค่าฮาร์ดไดรฟ์จากอ่านอย่างเดียว ให้ใช้งานได้ปกติ วิธีแก้ไขนั้นก็จะคล้ายกับการลบ การป้องกันการเขียน ออกจากฮาร์ดไดรฟ์, แฟลชไดรฟ์ USB ไดรฟ์ปากกาการ์ด SD.

  1. 1. ลบสถานะอ่านอย่างเดียวด้วย Diskpart
  2. 2. ลบสถานะอ่านอย่างเดียวด้วยโปรแกรม
  3. 3. แก้ไขสิทธิ์การเข้าถึงแบบอ่านอย่างเดียวในคุณสมบัติ
  4. 4. แก้ไขดิสก์อ่านอย่างเดียวด้วย Registry
  5. 5. ฟอร์แมทไดรฟ์อ่านอย่างเดียวให้เป็นระบบไฟล์ที่รองรับ

ไดรฟ์เป็นแบบอ่านอย่างเดียว

"ฉันกำลังพยายามแก้ไขปัญหาไดรฟ์ D ที่เป็นแบบอ่านอย่างเดียว หลังอัพเดตเป็น Windows 10 ซึ่งเป็นฮาร์ดไดรฟ์แยก และไม่ใช้การแบ่งพาร์ติชันจากฮาร์ดไดรฟ์อื่น ฉันสามารถเปิดไฟล์ทั้งหมดได้แต่ไม่สามารถทำการแก้ไข"

ฮาร์ดไดรฟ์ที่อยู่ในสถานะอ่านอย่างเดียว จะป้องกันไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ดังนั้น เมื่อมีข้อมูลอยู่บนไดรฟ์คุณจะสามารถอ่านข้อมูลนั้นได้เพียงอย่างเดียว ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยกับ HDD และพบได้เช่นกันบนอุปกรณ์เคลื่อนย้ายเช่น การ์ดหน่วยความจำ SD และ แฟลชไดรฟ์ USB

โดยสรุปแล้ว หากข้อมูลนั้นเป็นแบบอ่านอย่างเดียว คุณจะสามารถอ่านข้อมูลบนอุปกรณ์ได้ แต่จะไม่สามารถแก้ไข, ลบ, เพิ่ม, หรือเคลื่อนย้ายข้อมูลนั้นได้ จุดประสงค์ของระบบอ่านอย่างเดียว คือการควบคุมการใช้งานข้อมูลของผู้ใช้

วิธีที่ 1. ลบสถานะอ่านอย่างเดียวด้วย Diskpart

อุปกรณ์ต่างๆมักจะเก็บอยู่ในโหมดอ่านอย่างเดียว ซึ่งผู้ใช้นั้นสามารถเปลี่ยนเป็นรูปแบบ อ่าน - เขียน สำหรับการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในการใช้งานอื่นๆได้ เมื่อไดรฟ์นั้นถูกล็อคไว้ในสถานะอ่านอย่างเดียว ผู้ใช้สามารถแก้ค่าอ่านอย่างเดียว ผ่านชุดคำสั่ง Diskpart ได้ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1. คลิกที่เมนูเริ่มต้นแล้วพิมพ์ cmd ในแถบค้นหาแล้วกด Enter

ขั้นตอนที่ 2. พิมพ์คำสั่ง diskpart แล้วกด Enter โดยคุณจะเห็นหน้าต่าง command line แสดงขึ้นมา

ขั้นตอนที่ 3. พิมพ์ list disk แล้วกด Enter (ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ของคุณแสดงอยู่ในรายการนั้นเช่นแสดงว่าเป็น disk 0)

ขั้นตอนที่ 4. พิมคำสั่ง select disk 0 จากนั้นกด Enter

ขั้นตอนที่ 5. พิมพ์ attributes disk clear readonly แล้วกด Enter

เมื่อคุณได้ลบค่าอ่านอย่างเดียว ออกจากอุปกรณ์เก็บข้อมูลแล้ว พิมพ์ exit กด Enter เพื่อปิดเครื่องมือ DiskPart

วิธีที่ 2. ลบสถานะอ่านอย่างเดียวโดยอัตโนมัติด้วยโปรแกรมเครื่องมือลบการป้องกันการเขียน

หากคุณไม่ได้มีความชำนาญในการจัดการคอมพิวเตอร์ และไม่คุ้นเคยกับการใช้ command line ก็ไม่มีปัญหา ทีม EaseUS ได้ผลิตชุดเครื่องมือสำหรับการแก้ไขปัญหา การป้องกันการเขียน บนฮาร์ดไดรฟ์, USB, SD card, และอุปกรณ์อื่นๆอย่างง่ายดาย

EaseUS Tools M เป็นเครื่องมือซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ที่ปลอดภัยและมีขนาดเล็ก ซึ่งเป็นตัวเลือกแทน command line ที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานทั่วไป

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อแก้ไขปัญหา การป้องกันการเขียน ด้วยตัวคุณเองในคลิกเดียว:

ใช้เครื่องมือ คลิกเดียว นี้เพื่อแก้ปัญหาการป้องกันการเขียน (Write protection) ด้วยตัวคุณเอง:

ขั้นตอนที่ 1:  ดาวน์โหลด และติดตั้ง EaseUS CleanGenius ฟรี

ขั้นตอนที่ 2: เรียกใช้ EaseUS CleanGenius บน PC ของคุณ เลือกโหมด "Write Protection"(การป้องกันการเขียน) .

ขั้นตอนที่ 3: เลือกอุปกรณ์ซึ่งมีสถานะเป็น "ป้องกันการเขียน" แล้วคลิก "ปิดการใช้งาน" เพื่อลบการป้องกัน

Remove Write Protection from storage devices.

วิธีที่ 3. แก้ไขสิทธิ์การเข้าถึงแบบอ่านอย่างเดียวใน คุณสมบัติ

มีความเป็นไปได้ที่อุปกรณ์หรือบางไฟล์/โฟลเดอร์นั้นได้มีการเปลี่ยนเป็นอ่านอย่างเดียว เช่นหลังการอัพเดต Windows ในการแก้ไขปัญหานี้ คุณสามารถไปที่การตั้งค่า คุณสมบัติ บน Windows เพื่อแก้ไขสิทธิ์การใช้งานไฟล์เป็นอ่าน - เขียน

ขั้นตอนที่ 1. ไปที่ คอมพิวเตอร์ของฉัน (Windows 7) หรือ พีซีเครื่องนี้(Windows 10)

ขั้นตอนที่ 2. คลิกขวาที่ไดรฟ์ที่เป็นอ่านอย่างเดียว แล้วคลิก คุณสมบัติ

ขั้นตอนที่ 3. ใต้แท็บ ความปลอดภัย เลือกตัวเลือกอ่าน-เขียนให้เป็นอนุญาตแล้วคลิก นำไปใช้

เปลี่ยนสิทธิ์อ่านอย่างเดียวในคุณสมบัติของ windows

วิธีที่ 4. แก้ไขฮาร์ดไดรฟ์ที่เป็นอ่านอย่างเดียว ด้วย Registry Editor

การใช้ Windows Registry นั้นเป็นวิธีที่ซับซ้อนที่สุดในการแก้ไขปัญหาดิสก์ที่เป็นอ่านอย่างเดียว ดังนั้นเราจึงแนะนำให้คุณใช้วิธีนี้ก็ต่อเมื่อคุณเป็นผู้ใช้ที่มีความชำนาญเท่านั้น การสำรองข้อมูลก่อนการแก้ไขใน Registry นั้นเป็นเรื่องสำคัญ

*การแก้ไขใน Windows Registry นั้นจะช่วยลบ การป้องกันการเขียน และสถานะอ่านอย่างเดียว ออกจากอุปกรณ์เก็บข้อมูลของคุณ แต่จากการทดสอบ เราพบว่าวิธีนี้มักใช้ได้ผลดีกว่าสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows ที่เก่าเช่น Windows XP และ Windows Vista

ขั้นตอนที่ 1. ต่อ pen drive เข้ากับคอมพิวเตอร์ของคุณ

ขั้นตอนที่ 2. กด Windows + R เพื่อเปิดหน้าต่าง Run พิมพ์ "regedit" ในกล่องว่างแล้วกด Enter

ขั้นตอนที่ 3. กดที่ "HKEY_LOCAL_MACHINE" แล้วเลือก "System"

ขั้นตอนที่ 4. ไปที่ "Current Control Set" ในรายการ "System" แล้วคลิก "Control"

ขั้นตอนที่ 5. ตรวจสอบว่ามีรายการชื่อ "Storage Device Policies" หรือไม่ จากนั้นเปลี่ยนค่า "DWORD value" เป็น "0" แล้วกด OK เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง

เปลี่ยนอ่านเฉพาะในรีจิสทรี

หมายเหตุ: หากคุณไม่พบรายการชื่อ "Storage Device Policies" ให้ทำการสร้างใหม่ดังนี้: คลิกขวาที่ "Control" เพื่อสร้างรายการใหม่ ตั้งชื่อว่า "Storage Device Policies" > คลิกขวาแล้วเลือกสร้าง "DWORD Value" ตั้งชื่อว่า "write protect" > ดับเบิลคลิกเพื่อเปลี่ยนค่า

วิธีที่ 5. ฟอร์แมทดิสก์อ่านอย่างเดียวให้เป็นระบบไฟล์ที่รองรับ

หลายอุปกรณ์เก็บข้อมูลเช่น ฮาร์ดไดรฟ์ USB ไดรฟ์ปากกาฟล็อปปี้ดิสก์การ์ด SD และฮาร์ดดิสก์ภายนอก มีการฟอร์แมทด้วยระบบไฟล์บางชนิด ซึ่งอาจจะไม่มีการรองรับโดยคอมพิวเตอร์ Windows หรือ Mac ซึ่งจะทำให้คุณสามารถอ่านข้อมูลได้เพียงอย่างเดียว และไม่สามารถเขียนข้อมูลใหม่ได้ ในกรณีนี้คุณจะสามารถแก้ไขปัญหาอ่านอย่างเดียว บนดิสก์ได้ด้วยการแปลงระบบไฟล์ที่ไม่รองรัยให้เป็นระบบไฟล์ที่รองรับโดย Windows, Steam, หรืออุปกรณ์อื่นๆตามต้องการ

คุณสามารถดาวน์โหลด EaseUS Partition Master ซึ่งเป็นตัวจัดการพาร์ติชันฟรีที่เชื่อถือได้ที่นี่ เพื่อฟอร์แมทดิสก์ให้เป็นระบบไฟล์ที่ต้องการเช่น NTFS, FAT16/32, EXT2/3/4 เป็นต้น (สำรองข้อมูลที่สำคัญบนดิสก์ก่อนทำการฟอร์แมท เพราะการฟอร์แมทดิสก์จะเป็นการลบข้อมูลทั้งหมดบนนั้น)

ขั้นตอนที่ 1. เปิด EaseUS Partition Master คลิกขวาที่พาร์ติชันบนฮาร์ดไดรฟ์ภายนอก / USB / การ์ด SD ที่คุณต้องการฟอร์แมตและเลือกตัวเลือก "Format"(ฟอร์แมต)

ฟอร์แมตพาร์ติชันฮาร์ดไดรฟ์ - ขั้นตอนที่ 1

ขั้นตอนที่ 2. กำหนดป้ายชื่อพาร์ติชันใหม่ระบบไฟล์ (NTFS / FAT32 / EXT2 / EXT3) และขนาดคลัสเตอร์ให้กับพาร์ติชันที่เลือกจากนั้นคลิก "OK"(ตกลง)

ฟอร์แมตพาร์ติชันฮาร์ดไดรฟ์ - ขั้นตอนที่ 2

ขั้นตอนที่ 3. ในหน้าต่างคำเตือนคลิก"OK"(ตกลง) เพื่อดำเนินการต่อ

ขั้นตอนที่ 4. คลิกปุ่ม "Execute Operation"(ดำเนินการ) ที่มุมบนซ้ายเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงจากนั้นคลิก "Apply"(นำไปใช้) เพื่อเริ่มฟอร์แมตฮาร์ดไดรฟ์ภายนอก / USB / SD card ของคุณ

เกี่ยวกับ EaseUS Partition Master

โปรแกรมการจัดการพาร์ติชัน การใช้งานส่วนตัวและเชิงพาณิชย์ จัดการไดรฟ์จัดเก็บคุณ: ปรับขนาด, ฟอร์แมต, โคลนแปลง ฯลฯ

วิดีโอสาธิต

วิธีจัดการพาร์ติชั่นฮาร์ดไดรฟ์บน Windows 10/8/7

EaseUS Partition Master

จัดการดิสก์และพาร์ติชันของคุณด้วยขั้นตอนง่ายดาย

  • การใช้งานง่าย
  • การสนับสนุนด้านเทคนิคฟรี
  • เครื่องมือจัดการดิสก์ที่ดีที่สุด